“ผีพราย” คือผีที่สถิตอยู่ในน้ำตามความเชื่อพื้นบ้านไทย เป็นวิญญาณของผู้ที่จมน้ำตายและยังวนเวียนอยู่ในแม่น้ำลำคลอง เชื่อกันว่าผีพรายมักปรากฏเป็นหญิงสาวผมยาวลอยเหนือผิวน้ำในคืนเดือนหงาย และเป็นเหตุให้เกิดคำเตือน “อย่าเล่นน้ำตอนค่ำ” ที่คนโบราณสอนลูกหลานสืบมา บทความนี้จะพาไปรู้จักประวัติ ความเชื่อ วิธีป้องกันตัว และคาถาที่ใช้เมื่อเผชิญผีพราย
ประวัติและที่มาของผีพราย
คำว่า “พราย” ในภาษาไทยหมายถึงวิญญาณหรือสิ่งที่ปรากฏวูบวาบ ผีพรายจึงหมายถึงวิญญาณที่สถิตในน้ำ เชื่อกันว่าเกิดจากผู้ที่เสียชีวิตด้วยการจมน้ำ ตายโหง หรือตายในน้ำโดยไม่ได้รับการทำพิธีอย่างถูกต้อง วิญญาณเหล่านั้นจึงไม่ได้ไปผุดไปเกิด ต้องวนเวียนอยู่ในแหล่งน้ำนั้นตลอดไป บางตำราเชื่อว่าผีพรายต้องหา “ตัวแทน” มาแทนที่ตนจึงจะไปเกิดใหม่ได้ จึงเป็นที่มาของความเชื่อเรื่องผีพรายดึงขาคนเล่นน้ำ
ลักษณะและการปรากฏกาย
ตามคำบอกเล่า ผีพรายมักปรากฏเป็นหญิงสาวผมยาวสยาย ผิวซีดขาว ลอยอยู่เหนือผิวน้ำหรือโผล่ขึ้นมาครึ่งตัวในคืนเดือนหงาย บางครั้งได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาหรือเสียงร้องเรียกจากกลางน้ำ ชาวบ้านเชื่อว่าผู้ที่ได้ยินเสียงเรียกไม่ควรขานรับหรือเดินเข้าไปหา เพราะอาจถูกลวงให้จมน้ำ
ความเชื่อของคนโบราณ
คนโบราณเชื่อว่าผีพรายมักออกหากินในเวลาพลบค่ำถึงดึก จึงห้ามเด็กเล่นน้ำในเวลาดังกล่าวอย่างเด็ดขาด ก่อนลงน้ำต้องบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางและแม่ย่านางเสมอ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเรื่อง “น้ำมันพราย” ที่นำมาจากศพหญิงตายทั้งกลม ซึ่งถือเป็นของอาถรรพณ์สายเสน่ห์ที่คนโบราณเกรงกลัว ความเชื่อเรื่องผีพรายนี้แท้จริงเป็นกุศโลบายเตือนให้ระวังอันตรายจากการเล่นน้ำในที่มืดและน้ำลึก ซึ่งมองไม่เห็นและเสี่ยงจมน้ำได้ง่าย
วิธีป้องกันตัวเมื่อเจอผีพราย
- หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำหรือลงน้ำในเวลาพลบค่ำและกลางคืน โดยเฉพาะแหล่งน้ำลึกที่ไม่คุ้นเคย
- ก่อนลงน้ำให้บอกกล่าวขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทางและแม่ย่านางด้วยความเคารพ
- ไม่ขานรับเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากกลางน้ำยามค่ำคืน และไม่เดินเข้าไปหา
- ไม่ลงน้ำเพียงลำพัง ควรมีเพื่อนไปด้วยเสมอเพื่อความปลอดภัย
- ตั้งสติ สวดมนต์ และแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณ
คาถาที่ผีกลัว
เมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือหวาดกลัว ให้ตั้งสติและตั้งนะโม ๓ จบก่อนเสมอ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)
จากนั้นสวด พระคาถาชินบัญชร ซึ่งเชื่อว่าสร้างเกราะพระพุทธคุณคุ้มครองรอบกาย หรือ คาถาพระเจ้าห้าพระองค์ (นะโมพุทธายะ) ที่นิยมภาวนาเพื่อความแคล้วคลาดปลอดภัย และ บทสวดพุทธคุณ (อิติปิโส) เพื่อเสริมสิริมงคล
นอกจากคาถาแล้ว การแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณที่ล่วงลับ ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดตามหลักพระพุทธศาสนา เพราะเมตตาและบุญกุศลคือเกราะป้องกันที่แท้จริง
บทความนี้เรียบเรียงจากตำนานและคติความเชื่อพื้นบ้าน เพื่อการศึกษาคติชนวิทยาและความบันเทิง โปรดให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางน้ำตามหลักความจริงด้วย และใช้วิจารณญาณ




