ผีเปรต: ประวัติ ความเชื่อคนโบราณ วิธีป้องกันตัว และคาถาที่ผีกลัว

ผีเปรต: ประวัติ ความเชื่อคนโบราณ วิธีป้องกันตัว และคาถาที่ผีกลัว

หมวด:

“ผีเปรต” คือผีที่คนไทยรู้จักดีที่สุดตนหนึ่ง ด้วยภาพจำของร่างสูงชะลูดผอมโซ ท้องโต ปากเท่ารูเข็ม และเสียงร้องโหยหวนกลางดึก ผีเปรตไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าหลอกเด็ก แต่มีรากฐานจากคำสอนทางพระพุทธศาสนาเรื่องกรรมและภพภูมิ บทความนี้จะพาไปรู้จักประวัติ ความเชื่อคนโบราณ วิธีป้องกันตัว และคาถาที่ใช้เมื่อเผชิญกับผีเปรต

ประวัติและที่มาของผีเปรต

คำว่า “เปรต” มาจากภาษาบาลีว่า “เปตะ” หมายถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ในคติพระพุทธศาสนา เปรตเป็นสัตว์ที่เกิดในอบายภูมิหนึ่งในสี่ (นรก เปรต อสุรกาย เดรัจฉาน) เชื่อกันว่าผู้ที่ทำกรรมหนักเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ เช่น ความตระหนี่ถี่เหนียว ไม่ทำทาน ลักขโมย หรือเบียดเบียนผู้อื่น เมื่อตายไปจะไปเกิดเป็นเปรต ต้องทนทุกข์ทรมานด้วยความหิวโหยตลอดเวลา รอคอยส่วนบุญที่ญาติอุทิศไปให้

ลักษณะและประเภทของเปรต

ตามตำราโบราณ เปรตมีหลายจำพวกตามกรรมที่กระทำมา ที่คนไทยคุ้นเคยที่สุดคือเปรตร่างสูงเท่าต้นตาล ผอมโซจนเห็นซี่โครง มือเท้ายาว ปากเล็กเท่ารูเข็มทำให้กินอาหารไม่ได้ ส่งเสียงร้อง “หวีด ๆ” ด้วยความหิวโหย บางตำรากล่าวถึงเปรตที่มีรูปร่างพิกลพิการต่าง ๆ ตามลักษณะของกรรมที่เคยทำไว้

ความเชื่อของคนโบราณ

คนโบราณเชื่อว่าเปรตมักวนเวียนอยู่ตามวัด ป่าช้า และบริเวณที่มีการทำบุญ เพราะรอรับส่วนบุญจากญาติ ความเชื่อนี้เป็นที่มาของประเพณี “ทำบุญอุทิศส่วนกุศล” และ “กรวดน้ำ” หลังทำบุญทุกครั้ง โดยเฉพาะประเพณีสารทเดือนสิบทางภาคใต้ที่เชื่อว่าเป็นช่วงที่เปรตได้รับอนุญาตให้กลับมารับส่วนบุญจากลูกหลาน ความเชื่อเรื่องเปรตจึงเป็นกุศโลบายสอนให้คนไม่ตระหนี่ หมั่นทำทาน และมีความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ

วิธีป้องกันตัวเมื่อเจอผีเปรต

  • ตั้งสติ ไม่ตื่นตระหนก เพราะความกลัวจะทำให้จิตอ่อนแอ
  • แผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศลให้ เพราะเปรตต้องการส่วนบุญมากกว่าจะทำร้ายใคร
  • สวดมนต์และระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยเป็นเกราะคุ้มครองใจ
  • หลีกเลี่ยงการเดินผ่านป่าช้าหรือที่เปลี่ยวลำพังยามค่ำคืน
  • หมั่นทำบุญตักบาตรและกรวดน้ำเป็นประจำ เพื่อเสริมบุญบารมีให้ตนเอง

คาถาที่ผีกลัว

เมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือหวาดกลัว ให้ตั้งสติและตั้งนะโม ๓ จบก่อนเสมอ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

จากนั้นสวด พระคาถาชินบัญชร หรือ คาถาพระเจ้าห้าพระองค์ (นะโมพุทธายะ) ซึ่งเชื่อว่าสร้างเกราะพระพุทธคุณคุ้มครองรอบกาย นอกจากนี้การสวด บทสวดพุทธคุณ (อิติปิโส) และการแผ่เมตตาก็ช่วยให้จิตใจสงบและปลอดภัย

สิ่งสำคัญที่สุดคือ “สติ” และ “บุญกุศล” เพราะตามหลักพระพุทธศาสนา ผู้ที่มีศีลและหมั่นทำทาน ย่อมมีเทวดาคุ้มครองและไม่ต้องหวาดกลัวสิ่งใด

บทความนี้เรียบเรียงจากคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาและตำนานพื้นบ้าน เพื่อการศึกษาและความบันเทิง มิได้ยืนยันข้อเท็จจริงเหนือธรรมชาติ โปรดใช้วิจารณญาณ

บทความล่าสุด