“ตะกรุด” เป็นเครื่องรางของขลังโบราณของไทยที่ได้รับความนิยมมายาวนาน ด้วยรูปลักษณ์เป็นแผ่นโลหะลงอักขระเลขยันต์แล้วม้วนเป็นหลอด ผ่านการปลุกเสกด้วยพระคาถาอาคมของครูบาอาจารย์ จึงเชื่อกันว่ามีพุทธคุณครอบคลุมทั้งด้านคงกระพัน แคล้วคลาด และเมตตามหานิยม บทความนี้จะพาไปรู้จักประวัติ ความเชื่อ พุทธคุณ และวิธีบูชาตะกรุด
ประวัติความเป็นมาของตะกรุด
ตะกรุดเป็นเครื่องรางที่มีมาแต่โบราณ สร้างจากแผ่นโลหะ เช่น ทองแดง เงิน ตะกั่ว หรือแผ่นทองคำ นำมาลงอักขระเลขยันต์ตามตำราแล้วม้วนเป็นหลอดกลม บางชนิดถักเชือกหรือหุ้มด้วยวัสดุมงคล พระเกจิอาจารย์ในอดีตนิยมสร้างตะกรุดมอบให้ลูกศิษย์เพื่อคุ้มครองป้องกันภัย จนกลายเป็นวัตถุมงคลที่สืบทอดและได้รับความเคารพนับถือมาถึงปัจจุบัน
ประเภทของตะกรุดและความเชื่อ
ตะกรุดมีหลายชนิดตามยันต์และพุทธคุณที่ลง เช่น ตะกรุดโทน (ดอกเดียว เน้นคงกระพันแคล้วคลาด) ตะกรุดมหาอุด (ป้องกันอาวุธปืน) ตะกรุดเมตตามหานิยม (เสริมเสน่ห์ค้าขาย) และ ตะกรุดหนังเสือหรือตะกรุดสาลิกา เป็นต้น คนโบราณนิยมคาดตะกรุดไว้ที่เอวหรือห้อยคอ เพราะเชื่อว่าเป็นเกราะคุ้มครองติดตัว
พุทธคุณของตะกรุด
- คงกระพันชาตรี — ป้องกันคมอาวุธและภยันตราย
- แคล้วคลาดปลอดภัย — หลบเลี่ยงอันตรายและอุบัติเหตุ
- เมตตามหานิยมและค้าขาย — เป็นที่รักใคร่ เจรจาค้าขายราบรื่น (สำหรับตะกรุดสายเมตตา)
- ป้องกันคุณไสยและสิ่งอัปมงคล — กันของและเสนียดจัญไร
คาถาและวิธีการบูชาตะกรุด
การบูชาตะกรุดให้ยึดหลักความเคารพและจิตที่ตั้งมั่น นิยมคาดเอว ห้อยคอ หรือพกติดตัว ก่อนอาราธนาให้ตั้งนะโม ๓ จบเสมอ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)
- ตั้งนะโม ๓ จบ ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยและครูบาอาจารย์ผู้สร้างตะกรุด
- อธิษฐานขอพรตามความปรารถนา ด้านคุ้มครองหรือเมตตาค้าขาย
- สวดพระคาถาสายพุทธคุณ เช่น พระคาถาชินบัญชร หรือบทสวดพุทธคุณ (อิติปิโส) เสริมพลัง
- ดูแลรักษาให้สะอาด ไม่วางในที่ต่ำหรือสกปรก และประพฤติตนอยู่ในศีลธรรม
- คาถากำกับเฉพาะของแต่ละสำนักควรขอรับจากครูบาอาจารย์โดยตรง
บทความนี้เรียบเรียงจากคติความเชื่อและวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยเพื่อการศึกษา เครื่องรางเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ควรตั้งอยู่บนความไม่ประมาทและไม่งมงาย โปรดใช้วิจารณญาณ




