ผีปอบ: ประวัติ ความเชื่อแต่ละภาค คำแนะนำเมื่อเจอผี และคาถาที่ผีกลัว

ผีปอบ: ประวัติ ความเชื่อแต่ละภาค คำแนะนำเมื่อเจอผี และคาถาที่ผีกลัว

หมวด:

“ผีปอบ” คือผีไทยที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดตนหนึ่งในความเชื่อพื้นบ้าน โดยเฉพาะทางภาคอีสาน ด้วยลักษณะพิเศษที่ต่างจากผีทั่วไป คือ ปอบสิงอยู่ในร่างของคนเป็น ทำให้ยากจะรู้ว่าใครคือปอบ เรื่องเล่าเรื่องปอบจึงสร้างทั้งความหวาดกลัวและความระแวงในชุมชนมาช้านาน บทความนี้จะพาไปรู้จักประวัติ ความเชื่อในแต่ละภาค คำแนะนำเมื่อเจอผี และคาถาที่ผีกลัว

ประวัติและที่มาของผีปอบ

ตามความเชื่อ ผีปอบมีที่มาจากผู้ที่เล่าเรียนวิชาอาคมสายมืดแต่ไม่สามารถรักษาข้อห้ามหรือครูได้ ทำให้วิชากลับมาเข้าตัวจนกลายเป็นปอบ อีกกระแสเชื่อว่าเกิดจากการกินของดิบหรือของต้องห้ามตามตำรา หรือถูกปอบตัวเก่าถ่ายทอดมาเมื่อผู้เป็นปอบใกล้ตาย ปอบจะสิงอยู่ในร่างคนและออกหากินตับไตไส้พุงของผู้อื่นยามค่ำคืน โดยที่ร่างเดิมยังคงใช้ชีวิตปกติในตอนกลางวัน จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านหวาดระแวงกันเอง

ความเชื่อของคนไทยในแต่ละภาค

  • ภาคอีสาน — เป็นถิ่นที่ความเชื่อเรื่องปอบเข้มข้นที่สุด เชื่อว่าปอบเกิดจากวิชาอาคมที่เสื่อม มี “หมอธรรม” หรือ “หมอปอบ” เป็นผู้ทำพิธีไล่ปอบออกจากร่างผู้ถูกสิง
  • ภาคเหนือ — มีความเชื่อเรื่อง “ผีกะ” ที่คล้ายปอบ คือสิงในร่างคนและถ่ายทอดทางสายเลือดหรือการรับของ ชาวบ้านมักหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารจากบ้านที่เชื่อว่ามีผีกะ
  • ภาคกลาง — รู้จักผีปอบผ่านเรื่องเล่าและภาพยนตร์เป็นหลัก มองว่าเป็นผีที่กินเครื่องในและสิงคนได้ ความเชื่อไม่เข้มข้นเท่าอีสาน
  • ภาคใต้ — มีความเชื่อเรื่องผีที่สิงร่างคนและวิชาไสยศาสตร์คล้ายกัน แต่เรียกชื่อและมีรายละเอียดพิธีกรรมต่างออกไปตามท้องถิ่น

คำแนะนำหากเจอผี

  • ตั้งสติ ไม่ตื่นตระหนก เพราะความกลัวจะทำให้จิตอ่อนแอและตัดสินใจผิดพลาด
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่เปลี่ยวหรือเดินทางลำพังยามค่ำคืน
  • สวดมนต์และระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยเป็นเกราะคุ้มครองใจ
  • ไม่กล่าวหาผู้อื่นว่าเป็นปอบโดยไม่มีหลักฐาน เพราะในอดีตความเชื่อนี้เคยทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านและได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก
  • หากมีอาการเจ็บป่วยผิดปกติ ควรพบแพทย์ควบคู่กับการทำบุญเสริมกำลังใจ

คาถาที่ผีกลัว

เมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือหวาดกลัว ให้ตั้งสติและตั้งนะโม ๓ จบก่อนเสมอ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

จากนั้นสวด พระคาถาชินบัญชร ซึ่งเชื่อว่าสร้างเกราะพระพุทธคุณคุ้มครองรอบกาย หรือ คาถาพระเจ้าห้าพระองค์ (นะโมพุทธายะ) และ บทสวดพุทธคุณ (อิติปิโส) เพื่อเสริมสิริมงคลและความสงบใจ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ “สติ” และ “บุญกุศล” เพราะตามหลักพระพุทธศาสนา ผู้ที่มีศีลและหมั่นทำทาน ย่อมมีเทวดาคุ้มครองและไม่ต้องหวาดกลัวสิ่งใด

บทความนี้เรียบเรียงจากตำนานและคติความเชื่อพื้นบ้านเพื่อการศึกษาคติชนวิทยา มิได้ยืนยันข้อเท็จจริงเหนือธรรมชาติ และไม่สนับสนุนการกล่าวหาผู้อื่นว่าเป็นปอบซึ่งเคยสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้บริสุทธิ์ในอดีต โปรดใช้วิจารณญาณ

บทความล่าสุด